คนจริง สายดิจิทัล EP.2 กับ Jitta

แชร์บทความนี้ไปยัง ...

“จริงๆ แล้วความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ในยุคนี้แทบจะเป็นศูนย์เท่ากันหมดเลย ทุกอย่างเราเริ่มต้นพร้อมกันหมด แต่คนที่เริ่มแล้วเรียนรู้ได้ดีกว่า เร็วกว่า แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์เท่านั้นที่จะก้าวหน้าไปกว่าคนอื่น เรียกได้ว่า ทุกตำแหน่งทุกงานเกี่ยวข้องกับดิจิทัลทั้งหมดค่ะ”

     วันนี้ทาง JobHACK ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คนจริง สายดิจิทัล อีกท่านหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถด้านดิจิทัล และอยู่ในวงการดิจิทัลมาอย่างยาวนาน เคยเป็นทั้งอดีตพนักงานบริษัท Microsoft Thailand และยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทยของ Google (Thailand) และได้ไปทำงานอยู่ที่ Google ทั้งที่อเมริกาและสิงคโปร์อีกด้วย รวมระยะเวลากว่า 16 ปี คนจริงสายดิจิทัลท่านนี้ยังได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมในวงการดิจิทัลมาก่อตั้งบริษัทของตัวเองในนาม “Jitta” เว็บไซต์การเงินการลงทุนชั้นนำ ด้วยแนวคิดที่ว่า “อยากให้โปรแกรมที่สร้างโดยคนไทย คนทั่วโลกเอาไปใช้ และยอมรับในศักยภาพของประเทศไทย”

     “สิ่งสำคัญในชีวิตคน คือ การทำยังไงให้ชีวิตมั่งคั่ง อาจไม่ต้องรวยก็ได้ แต่มีเงินใช้จนแก่ ซึ่งก็ต้องลงทุน แต่คนส่วนใหญ่จะกลัวเรื่องการลงทุน Jitta จึงทำเทคโนโลยีมาคำนวณวิเคราะห์การลงทุน เช่น ลงทุนหุ้น มีความเสี่ยงอย่างไร และให้ผลตอบแทนอย่างไร ซึ่งหลายคนบอกว่าคิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องไฟแนนซ์ การเงิน การบัญชี

เราคิดว่า การวิเคราะห์การเงิน เทคโนโลยีสามารถทำได้ ถ้าเราเขียนโปรแกรมขึ้นมา ซึ่งจิตตะ (Jitta) จะเข้ามาช่วยทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย โดยช่วยวิเคราะห์หุ้นว่าตัวไหนเป็นหุ้นที่ดี น่าลงทุน และมองระยะยาวมีเงินใช้จนกระทั่งเกษียณ ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลักของจิตตะ”

     และคนจริงสายดิจิทัลท่านนี้ก็คือ คุณพรทิพย์ กองชุน COO & Co-Founder @ Jitta ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ ต่างๆในวงการดิจิทัลให้เราได้ฟังกัน 

มาเริ่มทำความรู้จักกับคนจริงสายดิจิทัลท่านนี้กันดีกว่า 

คุณพรทิพย์ : พี่อ้อนะคะ พรทิพย์ กองชุน ค่ะ ปัจจุบันทำตำแหน่ง COO – Founder อยู่ที่ Jitta ค่ะ แล้วก็ Jitta จะเป็น Fintech start up ของประเทศไทยค่ะ

ทราบมาว่าคุณพรทิพย์เคยทำงานที่ Microsoft และก็ Google ด้วย?

คุณพรทิพย์ : ก็มีโอกาสได้ไปสมัครงานทำงานที่ Microsoft ของประเทศไทยนะคะ แล้วก็ได้ทำงานอยู่ 2 ปี พอ Google บอกว่าเขาอยากจะได้คนที่ไปเป็นตัวแทนของประเทศไทยเลย ก็เลยไปสมัครกับ Google หลังจากนั้นก็ได้ไปทำงานที่ Google ที่อเมริกา แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่สิงคโปร์ค่ะ จากปี 2005 ถึงปี  2015 ก็ร่วม 10 ปีได้ หลักๆ ก็จะอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาโดยตลอดค่ะ

คุณพรทิพย์คิดว่า Digital skill สำคัญกับการทำงานอย่างไรบ้าง?

คุณพรทิพย์ : Digital skill เรียกได้ว่า ยิ่งกว่าสำคัญอีกค่ะ คือจริงๆ แล้วไม่ว่าจะทำตำแหน่งไหนในปัจจุบันนี้นะคะ อะไรที่เรารู้สึกว่ามันจะไม่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลเลย ตอนนี้ ยุคนี้ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ Digital ทั้งหมดนะคะ เราต้องยอมรับว่า ตำแหน่งทุกตำแหน่ง หรือว่างานทุกงานเลย ก็จะต้องมีเกี่ยวกับโปรแกรมหรือเทคโนโลยี หรือเอา Digital เข้ามาช่วยทำให้งานทำสะดวกมากขึ้น หรือทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้น พูดง่ายๆ ว่า ทุกตำแหน่งทุกงานเกี่ยวข้องกับ Digital ทั้งหมดค่ะ

สิ่งที่เรียนมา กับงานที่อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ต้องมีการอัพสกิลอะไรเพิ่มอีกไหม?

คุณพรทิพย์ : ต้องอัพสกิลเยอะมาก เพราะว่า สิ่งที่เรียนมากับสิ่งที่ทำงานไม่ตรงกันเลย

พี่อ้อเรียนจบอะไรมาหรอคะ?

คุณพรทิพย์ : ตอนนั้นเรียนจบ Financial and Banking ค่ะ ก็เรียกว่าจบออกมาแล้วก็เจอวิกฤต ก็ไ่ม่สามารถทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนี้ได้ ก็เลยพักไปเลย ไปทำเกี่ยวกับเรื่องของท่องเที่ยว แล้วก็ตอนนั้นท่องเที่ยวเริ่มจะเป็นอุตสาหกรรมแรก ที่จะเอาเรื่องของเทคโนโลยีหรือ Digital มาทำ มาช่วยในการทำธุรกิจ เช่น เรื่องของการจองทัวร์ หรือจองโรงแรมออนไลน์ ทำให้พี่ได้ไปรู้จักในเรื่องของเทคโนโลยี พอไปสัมผัสทำงานแล้ว คือชอบมาก โดยที่ไม่ได้มี Background ไม่ได้มีความรู้ หรือไม่ได้มีพื้นฐานที่เกี่ยวกับเรื่องของ Digital เลย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเรียนรู้เองทั้งหมดเลย มันมี Step มันมีขั้นตอนของมัน แล้วก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญที่พี่อ้อชอบก็คือ เรียนแล้วได้ทำไปด้วย คือ  Learning by doing ด้วย ก็คือเราเรียนรู้ว่า โอเค การที่จะทำเทคโนโลยีหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Digital มันจะต้องทำอะไรบ้าง 

ตอนนั้นยุคสมัยนั้น จะต้องทำเวปไซต์เป็น จะต้องใช้ HTML คือรุ่นดึกดำบรรพ์มาก บางคนอาจจะเคยได้ยินแบบนี้ แต่สมัยนี้ไม่ต้องไปเรียนรู้มากแล้ว ซึ่งตอนนั้นพี่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ HTML เลยนะ ก็ไปซื้อหนังสือมาอ่านนะคะ แล้วก็ไปเข้าคลาสเรียน ก็สามารถทำได้ แล้วเราก็รู้ว่าจริงๆ มันไม่ได้ยากเลยนะ มันไม่ได้เป็นอะไรที่เหนือบ่ากว่าแรง ที่เราจะเรียนรู้และทำมันเลย 

.

จริงๆ แล้วความรู้เทคโนโลยีในยุคนี้แทบจะเป็นศูนย์เท่ากันหมดเลย โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างโซเชียลมีเดียที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เวลามันเริ่มต้นมีให้ใช้อ่ะค่ะ พี่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด พี่ก็เริ่มต้นจากศูนย์เหมือนน้องๆ ทุกคนนะ พี่ก็เริ่มใช้ Facebook ใช้ LINE ใช่ไหมคะ ใช้ตัวโซเชียลมีเดียจากศูนย์เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเนี้ย ทุกอย่างเราเริ่มต้นพร้อมกันหมด แต่คนที่เริ่มแล้วเรียนรู้ได้ดีกว่า เร็วกว่า แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ อันนี้จะก้าวหน้าไปกว่าคนอื่นนั่นเอง

การได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?

คุณพรทิพย์ : มันเหมือนไม่ได้ทำงานเลยค่ะ มันเหมือนไปทำอะไรในสิ่งที่เหมือนกิจกรรม ไปทำในสิ่งที่เราชอบ เรารู้สึกว่า เราจะต้องทำมันออกมาให้ดี เราจะต้องทำให้ดีกว่าเดิม ทำให้มากขึ้น เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันสบายใจ ถ้าเราไม่ชอบแล้วเราก็ไปนั่งทำในสิ่งที่เราไม่ชอบอ่ะค่ะ เราก็จะรู้สึก เออ เรามาทำอะไรที่นี่ เรากำลังนั่งทำอะไรอยู่ นั่งทำสิ่งที่เรารู้สึกอึดอัด นั่งทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่า เราทำเสร็จแล้วเราไม่ได้รู้สึกภูมิใจ เพราะฉะนั้นเลือกสิ่งที่เราเนี้ยชอบ แต่พี่ว่าในยุคสมัยนี้ พอมันมีเทคโนโลยีเข้ามามันมองแค่นั้นอ่ะ มันเล็กไป มันจะต้องมองภาพใหญ่กว่า นั่นหมายความว่า เวลาเราบอกเราชื่นชอบสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องต่อยอดอีกบอกว่า ฉันชื่นชอบอะไร แล้วถ้าฉันทำสิ่งนี้ ฉันจะทำให้โลกมันเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือทำให้โลกมันน่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ยังไง พี่อยากให้ทุกคนมองภาพไปในระยะไกลแบบนี้ค่ะ

สุดท้ายนี้อยากให้คุณพรทิพย์ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากทำงานในสาย Digital หน่อยค่ะ?

คุณพรทิพย์ : พี่เชื่อว่า Digital มันจะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราเรียนรู้และสิ่งที่เราจะต้องออกมาทำงานนะคะ อันนี้สำคัญมากๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Skill ทักษะ ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องของ Digital อยากจะให้ศึกษา ใฝ่หาความรู้ตรงนี้ให้มากขึ้น รวมถึงเรื่องของ Mildset ด้วยนะคะ Mildset ในการที่จะเอาเทคโนโลยีหรือเอาดิจิทัล มาทำให้สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันดียิ่งขึ้นๆ แล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้เกิด Big Impack หรือให้เกิดสิ่งที่ทำให้โลกนี้มันดีขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้น จริงๆ แล้วเราทุกคนสามารถที่จะทำมันได้ค่ะ

เติบโตในสายงาน Digital กับงานในองค์กรชั้นนำ